← กลับหน้ารวม

โตเกียวมี "ตึก"... - Nuttakorn Rattanachaisitบัญชีที่ตรวจสอบยืนยันแล้วแชร์กับ สาธารณะแชร์กับ เพื่อนของ Suriyaแชร์กับ กลุ่มสาธารณะ

📖 article www.facebook.com source ↗

จํานวนการแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้อ่าน

โตเกียวมี "ตึก" ที่มีหน้าที่เดียวคือ...เปิดแอร์ให้ตึกอื่น

และเรื่องนี้สอนบทเรียน Infrastructure Strategy ที่ลึกกว่าที่คิดครับ

ใจกลาง Shinjuku มีโรงงานแห่งหนึ่ง

ที่ผลิต "ความเย็น" ได้ 65,000 ตัน

เทียบเท่าแอร์บ้านประมาณ 20,000 เครื่อง

แล้วส่งน้ำเย็นผ่านท่อใต้ดิน

ไปเลี้ยงตึกระฟ้ามากกว่า 20 ตึกพร้อมกัน

ตึกทั้งย่าน...ใช้แอร์เครื่องเดียวกันครับ


กลไกนี้เรียกว่า District Cooling

แทนที่ทุกตึกจะต้องติดตั้ง chiller และ cooling tower ของตัวเอง

โมเดลนี้ใช้ “โรงงานกลางเพียงแห่งเดียว”

  • ใช้ compressor ขนาดมหึมา + steam absorption chiller ทำน้ำเย็น

  • ปั๊มน้ำเย็นผ่านท่อหุ้มฉนวนใต้ถนน

  • แต่ละตึกแค่ติดตั้ง heat exchanger ตัวเดียว รับความเย็นไปใช้

พัดลมยักษ์ที่มองเห็นจาก observation deck

คือตึกหนึ่งตึกกำลัง "ระบายความร้อนแทนทั้งย่าน"


ทำไมโมเดลนี้ถึงชนะ?

1) Peak Load Diversity

Chiller ที่ออกแบบให้ตึกเดียว

ต้องรองรับ "ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด" ของตึกนั้นให้ได้

แต่โรงงานที่เลี้ยง 20 ตึก ไม่ต้องเผื่อ capacity แบบนั้น

เพราะ office, โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า

peak load คนละเวลากัน

  • Office พีคช่วงบ่ายวันธรรมดา

  • ห้างพีคเย็นและวันหยุด

  • โรงแรมพีคกลางคืน

Capacity ก้อนเดียว แชร์กันได้ทั้งระบบ

Utilization สูงขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงทันที

2) Economies of Scale ทางวิศวกรรม

เครื่องจักรที่โรงงานกลางใช้

ใหญ่และมีประสิทธิภาพกว่าอะไรก็ตามที่วางบน rooftop ได้

ยิ่งใหญ่ ยิ่ง efficient — ฟิสิกส์เข้าข้างคนรวม demand ครับ

3) ปลดล็อกอสังหาฯ ที่แพงที่สุดในโลก

ชั้นบนสุดของตึกใน Shinjuku

คือ real estate ที่มีมูลค่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก

การย้าย cooling tower ออกไป

= เปลี่ยนพื้นที่เครื่องจักร ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างรายได้


และมันไม่ใช่แค่แอร์ — มันคือ Resilience

โรงงานนี้มี gas turbine ผลิตไฟฟ้าเองด้วย

วันที่ grid ล่ม โรงงานยังคง:

  • ทำความเย็นต่อได้

  • จ่ายไฟให้ตึก Tokyo Metropolitan Government ที่อยู่ข้างๆ

แปลว่า ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติของโตเกียว

อยู่รอดช่วง blackout ได้ด้วย "แอร์ประจำย่าน"

Shared infrastructure ที่ออกแบบดี

ไม่ได้แค่ลดต้นทุน แต่เพิ่มความอยู่รอดของทั้งระบบครับ


ระบบนี้เริ่มปี 1971

ก่อนที่ตึกระฟ้าส่วนใหญ่ที่อยู่ทุกวันนี้...จะถูกสร้างด้วยซ้ำ

โตเกียววาง cooling grid ก่อน

แล้วค่อยสร้าง skyline ทับลงไป

ไม่ใช่สร้างตึกก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ปัญหาความร้อนทีหลัง


มุมมองของผม: นี่คือบทเรียน Data & AI Infrastructure ตรงๆ ครับ

อ่านเรื่องนี้แล้วผมเห็นภาพองค์กรไทยชัดมาก

1) องค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในยุค "แอร์ติดหลังคาใครหลังคามัน"

ทุก BU สร้าง data pipeline ของตัวเอง

ทุกทีมซื้อ tool ของตัวเอง ทำ AI POC ของตัวเอง

แต่ละระบบต้อง size เผื่อ peak ของตัวเอง

ต้นทุนซ้ำซ้อน คนซ้ำซ้อน governance ไม่มีใครดู

2) Data Platform ที่ดี = District Cooling ขององค์กร

  • Central capacity ที่ทุกทีมแชร์กัน (compute, models, governance)

  • แต่ละทีมแค่ต่อ "heat exchanger" — interface ที่เบาและมาตรฐานเดียวกัน

  • Peak load เฉลี่ยกันทั้งองค์กร → utilization สูง ต้นทุนต่อ use case ต่ำลง

  • ปลดล็อกคนเก่งจากงาน plumbing ไปทำงานที่สร้างมูลค่าจริง

นี่คือหลักคิดเดียวกับ cloud economics

และเป็นเหตุผลที่ composable architecture ชนะในระยะยาวครับ

3) บทเรียนที่แพงที่สุดคือเรื่อง "ลำดับ"

โตเกียววาง grid ปี 1971 ก่อนมี skyline

องค์กรที่จะชนะในยุค AI ก็เช่นกัน:

วาง Data Foundation ก่อน แล้วค่อยสร้าง AI Use Case ทับลงไป

องค์กรจำนวนมากทำกลับด้าน —

รีบสร้าง "ตึก AI" หลายสิบตึก

แล้วค่อยมางงว่าทำไมทุกตึกร้อน ทำไม scale ไม่ได้ ทำไมต้นทุนบาน

Foundation ไม่เซ็กซี่ ไม่ได้ขึ้นพาดหัวข่าว

แต่มันคือสิ่งที่ตัดสินว่า skyline ของคุณจะสูงได้แค่ไหนครับ

4) Second-order effect: Infrastructure ที่ดีคือ Resilience

เหมือนโรงงานที่เลี้ยงศูนย์บัญชาการภัยพิบัติตอน grid ล่ม

Data infrastructure ที่แข็งแรง

คือสิ่งที่ทำให้องค์กรตัดสินใจได้ต่อ

ในวันที่ตลาดผันผวน ระบบล่ม หรือ regulation เปลี่ยน


คำถามที่อยากชวนคิด

องค์กรของคุณตอนนี้

กำลังติดแอร์ทีละหลังคา

หรือกำลังวาง cooling grid ให้ทั้งย่าน?

เพราะ AI use case สร้างเมื่อไหร่ก็ได้

แต่ foundation...ยิ่งวางช้า ยิ่งแพงครับ

ที่ Predictive เราช่วยองค์กรวาง Data & AI Foundation พร้อมช่วยประเมิน Data & AI Readiness ขององค์กรคุณ

5 พัน

102

1.9 พัน

เกี่ยวข้องมากที่สุด

อันที่จริงงานแบบนี้ญี่ปุ่นเขาทำมานานแล้วครับ ท่านว่าเขาเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 1971 แต่ผมบังเอิญได้เป็นแรงงานก่อสร้างอาคารทำความเย็นแบบนี้เมื่อปี 1980 ที่ Baghdad, Iraq. ไม่รู้ว่าเทคโนโลยีนี้ใครคิดขึ้นมาใช้ก่อน ผมว่าดีมากนะครับ

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

69

ดู 1 ข้อความตอบกลับ

Forestia และ สุวรรณภูมิ ทำระบบแบบนี้ครับ

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

34

การก่อสร้างทุกยูนิตมีค่าคอมและผลประโยชน์ ฉะนั้นถ้าผู้คุมภาพรวม หรือ regulators ไม่ใส่ใจและร่วมกับการมีส่วนต่างในการก่อสร้างทุกครั้ง การ unity เพื่อลดต้นทุนส่วนรวมและมีประสิทธิภาพในการแข่งจะไม่มีทางเกิด

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

9

การรวมศูนย์ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนด้วยครับ

เจ้าของพื้นที่วาง district cooling

เจ้าของอาคารที่ต้องการใช้น้ำเย็นโดยรอบ

ภาครัฐ

การไฟฟ้า

การประปา

การวาง infrastructure พวกนี้ใช้เวลาประสานงานเยอะมาก เป็นปีหรือหลายปี เพราะท่อพวกนี้มีขนาดใหญ่ ถ้าจะไม่ให้เกะกะก็มันจะวางไว้ใต้ดิน มันต้องมีการขุด วาง route line ท่อเมน

แต่ประโยชน์ของ DC จริงๆก็เยอะมากครับ เรื่องการใช้พลังงาน การดูแล การ operate การวางแผน PM CM พอมันอยู่จุดเดียว การจัดการมันง่ายกว่ากระจายครับ

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

6

การวาง cooling grid ล่วงหน้า โดยไม่มี commitment ว่าจะมีอาคารไหนมาใช้บ้าง และต้องการ load เท่าไหร่ ????

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

8

ดูการตอบกลับทั้ง 2 รายการ

ไทยมีทำที่ one bangkok และ Forestia

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

32

ดู 1 ข้อความตอบกลับ

  1. ทำไมเมืองเก่าหัวอนุรักษ์ยุโรปไม่ทำบ้างนะ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสถาปัตยกรรมไม่สวย?

  2. ได้ยินว่าสิงคโปร์ก็ทำแอร์รวมทั้งย่านแบบนี้ครับ

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

1

ปัจจุบันในไทย เริ่มทำแล้วครับ เช่น Forestia, One Bangkok

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

1

มีข้อดี ก็มีข้อเสีย เรื่อง loss

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ

1

ใช้ระยะใกล้ๆพอได้

ไกลๆไม่ค่อยwork

ระบบนี้มันมีข้อเสียนะ

มีปัญหาเรื่องการส่งน้ำเย็น

ฉนวนหุ้มท่อน้ำเย็นต้องดีมากๆ

และไม่เสื่อมตามการเวลา

เพราะการเปลี่ยนฉนวนทั้งระบบ

เป็นเรื่องยากมากกกก

การเดินท่อน้ำเย็นไปกลับไกลๆ

ทำให้อุณหภูมิน้ำเย็นสูงขึ้นจน

ดึงความชื้นในระบบปรับอากาศไม่ได้

สุดท้ายความชื้นเยอะแถมเย็นไม่พอ

  • ถูกใจ
  • ตอบกลับ
  • แก้ไขแล้ว

26

ดู 1 ข้อความตอบกลับ

เทียบยอดจดทะเบียน รย.1 ย้อนหลัง 6 ปี

EV ชนะ ไฮบริด เป็นครั้งแรก ...

ดูเพิ่มเติม

1 สัปดาห์

การแจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อนใหม่

ยืนยัน

ลบ

📖 อ่านต้นฉบับบนเว็บ ↗